แนะ 3 เคล็ดลับช่วยพ่อแม่รับมือ เมื่อลูกมีอาการ ‘สมาธิสั้น’

แนะ 3 เคล็ดลับช่วยพ่อแม่รับมือ เมื่อลูกมีอาการ ‘สมาธิสั้น’

แนะ 3 เคล็ดลับช่วยพ่อแม่รับมือ เมื่อลูกมีอาการ ‘สมาธิสั้น’ -ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือการเล่น วอกแวกไปสนใจสิ่งเร้าภายนอกได้ง่าย-ทำตามคำสั่งได้ไม่ครบ -มักเลี่ยงไม่ชอบหรือไม่เต็มใจในการทำงานที่ต้องใช้ความคิด -หยุกหยิก อยู่ไม่สุข นั่งนิ่ง ๆ ไม่ได้ หากลูกของคุณมีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบอกว่าลูกนั้นอาจมีอาการของ‘โรคสมาธิสั้น’ (ADHD – Attention Deficit Hyperactivity Disorder) หรือ ภาวะผิดปกติที่ส่งผลให้มีสมาธิสั้นกว่าปกติ พบได้ค่อนข้างบ่อยในเด็กที่มีช่วงอายุระหว่าง 3 – 7 ปี ซึ่ง ผ.ศ.นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น ได้แนะนำวิธีการดูแลเด็กที่มีอาการเหล่านี้ และอาจยังเป็นเคล็ดลับที่นำมาปรับใช้สำหรับเด็กทั่วไปซึ่งอาจไม่ได้เป็นโรคสมาธิสั้นร่วมก็ได้ 1. ตั้งกฎ-ตั้งเวลา: ใช้นาฬิกาตั้งเตือนตามเวลาที่เป็นจริง เช่น เตือนเมื่อถึงเวลาทำงาน เตือนเมื่อหมดเวลาเล่น จะช่วยเด็กให้กะประมาณเวลาได้ดีขึ้น หรืออาจให้เด็กเขียนกฎ ข้อตกลง แล้วติดในที่ที่มองเห็นได้ เป็นการแสดงให้เขารู้ว่า เขาควรทำอะไรบ้าง 2. สบสายตาและชมบ่อยๆ: เด็กสมาธิสั้นมักจะต้องการคำชมบ่อยกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งผู้ปกครองต้องเอ่ยปากชมบ่อยๆ เพื่อช่วยนำเขาให้ประพฤติในทางที่ถูกไปเรื่อยๆจนทำงานได้ผลสำเร็จ พยายามสบตาเด็กบ่อยๆ จะเป็นวิธีดึงเด็กกลับมาจากความคิดวอกแวก และยังเป็นการทำให้รู้ว่าเรากำลังสนใจเขาอยู่ 3.  ให้ขอบเขตไม่ใช่ลงโทษ: สร้างข้อจำกัดให้เขาโดยกำหนดวิธีการที่ละมุนละม่อม และทำอย่างสม่ำเสมอทุกครั้ง พยายามหลีกเลี่ยงการถกเถียง เพราะยิ่งอธิบายยืดยาว จะยิ่งทำให้เด็กทำงานเสร็จช้าลงเท่านั้นการที่ลูกมีสมาธิสั้นนั้นควรพาเขาไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี ยิ่งรักษาตั้งแต่อายุยังน้อยก็ยิ่งมีโอกาสเป็นปกติมากขึ้น สำหรับเด็กๆที่มีแค่อาการเบื้องต้นนั้น ผู้ปกครองควรพยายามให้เด็กหลีกเลี่ยงการเล่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต

แนะ 3 เคล็ดลับช่วยพ่อแม่รับมือ เมื่อลูกมีอาการ ‘สมาธิสั้น’

-ไม่มีสมาธิในการทำงานหรือการเล่น วอกแวกไปสนใจสิ่งเร้าภายนอกได้ง่าย
-ทำตามคำสั่งได้ไม่ครบ 
-มักเลี่ยงไม่ชอบหรือไม่เต็มใจในการทำงานที่ต้องใช้ความคิด 
-หยุกหยิก อยู่ไม่สุข นั่งนิ่ง ๆ ไม่ได้

หากลูกของคุณมีอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณบอกว่าลูกนั้นอาจมีอาการของ‘โรคสมาธิสั้น’ (ADHD – Attention Deficit Hyperactivity Disorder) หรือ ภาวะผิดปกติที่ส่งผลให้มีสมาธิสั้นกว่าปกติ พบได้ค่อนข้างบ่อยในเด็กที่มีช่วงอายุระหว่าง 3 – 7 ปี ซึ่ง ผ.ศ.นพ.ปราโมทย์ สุคนิชย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น ได้แนะนำวิธีการดูแลเด็กที่มีอาการเหล่านี้ และอาจยังเป็นเคล็ดลับที่นำมาปรับใช้สำหรับเด็กทั่วไปซึ่งอาจไม่ได้เป็นโรคสมาธิสั้นร่วมก็ได้

1. ตั้งกฎ-ตั้งเวลา: ใช้นาฬิกาตั้งเตือนตามเวลาที่เป็นจริง เช่น เตือนเมื่อถึงเวลาทำงาน เตือนเมื่อหมดเวลาเล่น จะช่วยเด็กให้กะประมาณเวลาได้ดีขึ้น หรืออาจให้เด็กเขียนกฎ ข้อตกลง แล้วติดในที่ที่มองเห็นได้ เป็นการแสดงให้เขารู้ว่า เขาควรทำอะไรบ้าง

2. สบสายตาและชมบ่อยๆ: เด็กสมาธิสั้นมักจะต้องการคำชมบ่อยกว่าเด็กทั่วไป ซึ่งผู้ปกครองต้องเอ่ยปากชมบ่อยๆ เพื่อช่วยนำเขาให้ประพฤติในทางที่ถูกไปเรื่อยๆจนทำงานได้ผลสำเร็จ พยายามสบตาเด็กบ่อยๆ จะเป็นวิธีดึงเด็กกลับมาจากความคิดวอกแวก และยังเป็นการทำให้รู้ว่าเรากำลังสนใจเขาอยู่

3.  ให้ขอบเขตไม่ใช่ลงโทษ: สร้างข้อจำกัดให้เขาโดยกำหนดวิธีการที่ละมุนละม่อม และทำอย่างสม่ำเสมอทุกครั้ง พยายามหลีกเลี่ยงการถกเถียง เพราะยิ่งอธิบายยืดยาว จะยิ่งทำให้เด็กทำงานเสร็จช้าลงเท่านั้นการที่ลูกมีสมาธิสั้นนั้นควรพาเขาไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี ยิ่งรักษาตั้งแต่อายุยังน้อยก็ยิ่งมีโอกาสเป็นปกติมากขึ้น สำหรับเด็กๆที่มีแค่อาการเบื้องต้นนั้น ผู้ปกครองควรพยายามให้เด็กหลีกเลี่ยงการเล่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพราะหากเล่นไปนาน ๆ อาจส่งผลให้เด็กขาดสมาธิและการควบคุมตนเอง หุนหันพลันแล่น และหากเด็กเป็นโรคสมาธิสั้นอยู่ก่อนแล้วอาการจะยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น อาทิ ใจร้อน วู่วาม อารมณ์ฉุนเฉียว ขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ไม่รู้จักการรอคอย อีกด้วย

Source :

https://www.gotoknow.org
https://www.bangkokhospital.com

Benjamin Sanchez
ADMINISTRATOR
PROFILE

Posts Carousel

Latest Posts

Top Authors

Most Commented

Featured Videos